qrfast
  1. หน้าแรก
  2. บทความ
  3. วิธีใช้งาน

ทำ QR Code WiFi ให้ลูกค้าสแกนเชื่อมต่อได้ ไม่ต้องบอกรหัสทุกโต๊ะ

ใส่ชื่อ WiFi รหัส และชนิดความปลอดภัยให้ตรงกับเราเตอร์ iPhone และ Android สแกนจากกล้องได้ ควรแยก WiFi ลูกค้า และเมื่อเปลี่ยนรหัสต้องทำ QR ใหม่

อ่าน 5 นาที ·

อ่านภาษาอื่น: English

ทำ QR Code WiFi ให้ลูกค้าสแกนเชื่อมต่อได้ ไม่ต้องบอกรหัสทุกโต๊ะ

ที่หน้า สร้าง QR Code WiFi ใส่ "ชื่อ WiFi (SSID)" และ "รหัสผ่าน" ให้ตรงกับเราเตอร์ทุกตัวอักษร เลือก "ความปลอดภัย" ให้ตรงกัน (เราเตอร์ที่ใช้ WPA2 หรือ WPA3 เลือก WPA/WPA2/WPA3) แล้วดาวน์โหลดหรือพิมพ์ไปวางบนโต๊ะ ลูกค้าเปิดกล้องบน iPhone หรือ Android เล็งที่ QR แล้วแตะเพื่อเชื่อมต่อได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัส ชื่อและรหัสอยู่ในตัว QR จึงไม่หมดอายุ แต่ถ้าเปลี่ยนรหัส WiFi ต้องทำ QR ใหม่

หาชื่อ WiFi รหัส และชนิดความปลอดภัย

  • ชื่อ WiFi คือชื่อที่ขึ้นในรายการ Wi-Fi ของมือถือ พิมพ์ตัวพิมพ์เล็กใหญ่ เว้นวรรค และเครื่องหมายให้ตรงทุกตัว ถ้าเราเตอร์แยกชื่อ 2.4 GHz กับ 5 GHz (เช่น ชื่อที่ลงท้ายด้วย _5G) QR หนึ่งอันพาไปได้ชื่อเดียว เลือกชื่อที่อยากให้ลูกค้าใช้
  • รหัสผ่าน ถ้ายังไม่เคยเปลี่ยน มักพิมพ์อยู่บนสติกเกอร์ที่ตัวเราเตอร์ ถ้าลืมแต่ iPhone เคยเชื่อมต่อไว้ เปิดแอปรหัสผ่าน แตะ "Wi-Fi" แตะชื่อเครือข่าย แล้วแตะช่องรหัสผ่าน (ขั้นตอนจาก Apple) บน Android ไปที่แอปการตั้งค่า > "เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต" > "อินเทอร์เน็ต" แตะเครือข่ายแล้วแตะ "แชร์" มือถือจะแสดงคิวอาร์โค้ดของเครือข่าย (ขั้นตอนจาก Google ชื่อเมนูแต่ละยี่ห้ออาจต่างกัน) ใช้อีกเครื่องสแกนคิวอาร์โค้ดนั้นด้วยหน้าสแกน QR ของเรา จะเห็นรหัสในข้อความ
  • ชนิดความปลอดภัย ดูในหน้าเว็บหรือแอปตั้งค่าของเราเตอร์ หัวข้อความปลอดภัยของ Wi-Fi มักเขียนว่า WPA2 Personal, WPA2/WPA3 หรือ WPA3 Personal ทั้งหมดนี้เลือก WPA/WPA2/WPA3 ถ้าเขียนว่า WEP เลือก WEP และถ้าไม่ได้ตั้งรหัสเลือก "ไม่มีรหัสผ่าน"

ขั้นตอนทำ QR WiFi

  1. เปิดหน้า QR WiFi ใส่ "ชื่อ WiFi (SSID)" และ "รหัสผ่าน"
  2. เลือก "ความปลอดภัย" ตามหัวข้อด้านบน และติ๊ก "ซ่อนชื่อเครือข่าย" เฉพาะเมื่อเราเตอร์ซ่อนชื่อไว้จริง Apple ไม่แนะนำให้ซ่อนชื่อเครือข่าย เพราะไม่ได้ช่วยกันคนนอกเข้าถึง
  3. ใส่ "ข้อความใต้ QR" เช่น ชื่อ WiFi กับรหัส สำหรับอุปกรณ์ที่สแกนไม่สะดวกอย่างโน้ตบุ๊ก หรือเขียนว่า "สแกนเพื่อใช้ WiFi"
  4. ดาวน์โหลดภาพ หรือเลือก "แผ่นพิมพ์ A4" แบบ "การ์ดตั้งโต๊ะ 4 ใบ (QR 7.5 ซม.)" หรือ "สติกเกอร์ 12 ดวง (QR 4.5 ซม.)" แล้วกด "พิมพ์"
  5. ทดสอบกับมือถือที่ยังไม่เคยเชื่อมต่อ WiFi นี้ ทั้ง iPhone และ Android เครื่องที่เคยเชื่อมต่อแล้วใช้ทดสอบไม่ได้ เพราะจำรหัสไว้อยู่แล้ว

QR WiFi ถูกสร้างบนเครื่องของคุณ ชื่อและรหัสไม่ถูกส่งมาที่เซิร์ฟเวอร์ qrfast ไม่มีหน้าพักและไม่มีสถิติการสแกน

iPhone และ Android สแกนจากกล้องได้ไหม

  • iPhone เปิดแอปกล้องในโหมดรูปภาพ ให้ QR อยู่ในเฟรม แล้วแตะสิ่งที่แสดงที่ด้านล่างสุดของหน้าจอ หรือใช้ตัวควบคุมสแกนรหัสในศูนย์ควบคุม (ขั้นตอนจาก Apple) แอปรหัสผ่านของ iPhone เองก็มีปุ่ม "แสดงคิวอาร์โค้ดเครือข่าย" ให้อีกเครื่องสแกนเพื่อเข้าร่วมเครือข่าย
  • Android ศูนย์ช่วยเหลือโทรศัพท์ Pixel ของ Google ระบุว่าแอปกล้องสแกนคิวอาร์โค้ดที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ เมื่อเปิด "คำแนะนำในการสแกนด้วยกล้อง" ไว้ หรือใช้ปุ่ม "สแกนคิวอาร์โค้ด" ในการตั้งค่าด่วน หรือ Google Lens (ขั้นตอนจาก Google) มือถือยี่ห้ออื่นชื่อเมนูอาจต่างกัน

ถ้าแค่ให้เพื่อนที่มาบ้านต่อ WiFi ครั้งเดียว ไม่ต้องพิมพ์ QR ก็ได้ iPhone มีปุ่ม "แสดงคิวอาร์โค้ดเครือข่าย" และ Android มีปุ่ม "แชร์" ในหน้าตั้งค่า Wi-Fi ให้อีกเครื่องสแกนจากจอได้ QR ที่พิมพ์ติดไว้เหมาะกับร้านค้า สำนักงาน หรือห้องเช่าที่ต้องให้ WiFi ทุกวัน

แยก WiFi ลูกค้าออกจาก WiFi ของร้าน

QR WiFi คือรหัสผ่านในรูปแบบที่กล้องอ่านได้ ใครถ่ายรูป QR ไปแล้วเปิดด้วยแอปสแกนทั่วไป เช่น หน้าสแกน QR ของเรา จะเห็นชื่อและรหัสเป็นข้อความ จึงควรถือว่ารหัสนี้เป็นรหัสสำหรับแขก

  • ถ้าเราเตอร์มีเครือข่ายสำหรับแขก (Guest) ให้เปิดใช้และทำ QR จากเครือข่ายนั้น เครื่องคิดเงิน คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และกล้องวงจรปิดของร้านให้อยู่บนเครือข่ายหลักที่ไม่แจกรหัส
  • อย่าปิดรหัส WiFi เพื่อให้ต่อง่าย Apple แนะนำอย่างยิ่งไม่ให้ใช้การตั้งค่าที่ปิดความปลอดภัย เพราะทุกคนจะเข้าร่วมเครือข่ายได้ และเข้าถึงเครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่แชร์ไว้ได้ (การตั้งค่าเราเตอร์ที่ Apple แนะนำ)
  • ตั้งความปลอดภัยของเราเตอร์เป็น WPA3 Personal หรือ WPA2/WPA3 Transitional ตามที่ Apple แนะนำ และไม่ใช้ WEP ซึ่งเป็นโปรโตคอลเก่าที่ไม่ปลอดภัยแล้ว
  • ติด QR ในจุดที่ตั้งใจให้ลูกค้าใช้ ถ้าไม่อยากให้คนนอกร้านใช้ อย่าติดที่กระจกหน้าร้านที่มองเห็นจากข้างนอก

เปลี่ยนรหัส WiFi ต้องทำ QR ใหม่

ชื่อและรหัสอยู่ในลายของ QR เอง ไม่มีลิงก์จัดการให้แก้ เมื่อเปลี่ยนรหัสที่เราเตอร์ให้ทำตามนี้

  1. เปลี่ยนรหัสในหน้าเว็บหรือแอปตั้งค่าของเราเตอร์
  2. ทำ QR ใหม่ด้วยรหัสใหม่ แล้วพิมพ์แทนแผ่นเดิมทุกจุด ถ้าเขียนรหัสไว้ใน "ข้อความใต้ QR" ให้แก้ด้วย
  3. ทดสอบกับมือถือที่ยังไม่เคยเชื่อมต่อ

เครื่องที่เคยเชื่อมต่อด้วยรหัสเก่าอาจต้องลืมเครือข่ายก่อนแล้วสแกนใหม่ ถ้าตั้งใจเปลี่ยนรหัสเป็นประจำ ใช้ขาตั้งป้ายที่สอดกระดาษเปลี่ยนได้ง่าย

คำถามที่พบบ่อย

สแกนแล้วต่อไม่ได้ ตรวจอะไรบ้าง

ตรวจว่าชื่อ WiFi และรหัสตรงทุกตัวอักษร ตัวพิมพ์เล็กใหญ่มีผล ชนิดความปลอดภัยตรงกับเราเตอร์ และมือถืออยู่ในระยะสัญญาณ ถ้ามือถือเคยบันทึกเครือข่ายนี้ด้วยรหัสเก่า ให้ลืมเครือข่ายก่อนแล้วสแกนใหม่

เราเตอร์ตั้งเป็น WPA3 อย่างเดียว ใช้ได้ไหม

เลือก WPA/WPA2/WPA3 ได้ แต่ Apple ระบุว่า WPA3 Personal ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6 และอุปกรณ์รุ่นเก่าเพียงบางรุ่น ถ้าลูกค้าที่ใช้มือถือรุ่นเก่าต่อไม่ได้ ให้ตั้งเราเตอร์เป็น WPA2/WPA3 Transitional ที่ Apple แนะนำไว้สำหรับอุปกรณ์รุ่นเก่า

WiFi ที่ต้องกรอกชื่อผู้ใช้หรือมีหน้าล็อกอิน ใช้ได้ไหม

QR นี้รองรับเครือข่ายแบบรหัสผ่าน (WPA หรือ WEP) และแบบไม่มีรหัสเท่านั้น เครือข่ายที่ต้องกรอกชื่อผู้ใช้ทำเป็น QR นี้ไม่ได้ ส่วนเครือข่ายที่มีหน้าล็อกอินหลังเชื่อมต่อ ลูกค้ายังต้องผ่านหน้านั้นตามปกติ

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีใช้งาน

QR Code ไดนามิกคืออะไร ต่างจาก QR ธรรมดา (static) อย่างไร ใช้แบบไหนดี

QR ไดนามิกแก้ปลายทางและดูยอดสแกนได้ แต่ต้องพึ่งบริการกลางและมีหน้าพักที่มีโฆษณา ส่วน QR static ใช้ได้ตลอดโดยไม่พึ่งใครแต่แก้ไม่ได้ ดูว่างานไหนควรใช้แบบไหน

อ่าน 5 นาที ·
วิธีใช้งาน

นามบัตร QR Code (vCard) สแกนแล้วบันทึกเบอร์ลงมือถือได้ทันที

ทำ QR นามบัตรที่คนสแกนแล้วกดบันทึกรายชื่อได้ทั้ง iPhone และ Android ต่างจาก vCard แบบยัดข้อมูลในลายอย่างไร ควรพิมพ์ขนาดเท่าไร และแก้ข้อมูลภายหลังอย่างไร

อ่าน 5 นาที ·
วิธีใช้งาน

พิมพ์ QR Code อย่างไรให้สแกนติด: ขนาด ระยะ คอนทราสต์ ขอบขาว และวัสดุ

กฎคร่าว ๆ คือ QR กว้างอย่างน้อย 1 ใน 10 ของระยะสแกน เว้นขอบขาว 4 โมดูล ใช้ลายเข้มบนพื้นสว่าง เลี่ยงพื้นมันวาว และพิมพ์ทดสอบก่อนสั่งจำนวนมาก

อ่าน 6 นาที ·