QR Code ไดนามิกคืออะไร ต่างจาก QR ธรรมดา (static) อย่างไร ใช้แบบไหนดี
QR ไดนามิกแก้ปลายทางและดูยอดสแกนได้ แต่ต้องพึ่งบริการกลางและมีหน้าพักที่มีโฆษณา ส่วน QR static ใช้ได้ตลอดโดยไม่พึ่งใครแต่แก้ไม่ได้ ดูว่างานไหนควรใช้แบบไหน
กฎคร่าว ๆ คือ QR กว้างอย่างน้อย 1 ใน 10 ของระยะสแกน เว้นขอบขาว 4 โมดูล ใช้ลายเข้มบนพื้นสว่าง เลี่ยงพื้นมันวาว และพิมพ์ทดสอบก่อนสั่งจำนวนมาก
อ่านภาษาอื่น: English
กฎคร่าว ๆ ที่ใช้กันทั่วไปคือ QR ควรกว้างอย่างน้อย 1 ใน 10 ของระยะที่คนจะสแกน เว้นพื้นว่างรอบลายอย่างน้อย 4 โมดูล ใช้ลายสีเข้มบนพื้นสว่าง เลี่ยงพื้นผิวมันวาวตรงตำแหน่ง QR และพิมพ์ทดสอบหนึ่งแผ่นแล้วสแกนจากระยะใช้งานจริงก่อนสั่งพิมพ์จำนวนมาก ถ้า QR ต้องเล็ก ให้เลือก QR ที่ลายโปร่ง เพราะลายยิ่งละเอียด ยิ่งต้องพิมพ์ใหญ่
ตัวเลข 1 ใน 10 เป็นกฎจำง่าย ไม่ใช่ค่าจากมาตรฐาน ใช้เป็นจุดเริ่มแล้วทดสอบจริง ตัวอย่างด้านล่างวัดเฉพาะตัวลาย ไม่รวมขอบขาว
DENSO WAVE ผู้คิดค้น QR Code แนะนำให้พิมพ์ QR ให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่พื้นที่อำนวย เพราะโมดูลยิ่งใหญ่ ยิ่งอ่านได้ง่ายและเสถียร (หลักการตั้งขนาดโมดูล)
ลาย QR ประกอบด้วยช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เรียกว่าโมดูล ข้อมูลยิ่งยาว QR ยิ่งต้องมีโมดูลมากขึ้น ตั้งแต่ 21×21 ไปจนถึง 177×177 ช่อง (ความจุและเวอร์ชันของ QR Code) เมื่อพิมพ์ในพื้นที่เท่าเดิม ช่องจึงเล็กลง ตัวอย่างที่ระดับกู้ข้อมูล M ซึ่งเป็นระดับที่ใช้กันทั่วไป
ถ้าพิมพ์กว้าง 2 เซนติเมตรเท่ากัน โมดูลของลายแรกกว้างราว 0.8 มิลลิเมตร ลายที่สองราว 0.5 มิลลิเมตร และลายที่สามราว 0.25 มิลลิเมตร QR ไดนามิกเก็บแค่ลิงก์สั้น ลายจึงโปร่งและพิมพ์เล็กได้มากกว่า ถ้าใส่โลโก้ qrfast จะเพิ่มระดับกู้ข้อมูลเป็น H ให้อัตโนมัติ ลายจะเป็น 33×33 ช่อง ซึ่งยังโปร่งอยู่ (อ่านความต่างของสองแบบได้ที่ QR Code ไดนามิกต่างจาก static อย่างไร)
มาตรฐาน QR Code (ISO/IEC 18004) กำหนดให้มีพื้นว่างรอบลายกว้าง 4 โมดูลทุกด้าน ในพื้นที่นี้ห้ามมีตัวหนังสือ เส้นกรอบ หรือลวดลาย (DENSO WAVE เรื่องพื้นที่ของ QR) ให้วัดจากขอบของลาย ไม่ใช่ขอบของไฟล์ภาพ เพราะขอบขาวที่ติดมากับไฟล์อาจแคบกว่า 4 โมดูล เวลาจัดหน้าจึงควรเว้นเพิ่มเอง ตัวอย่างเช่น QR 25×25 ช่องที่กว้าง 2 เซนติเมตร ต้องเว้นขอบขาวราว 3 มิลลิเมตรต่อด้าน
QR มีระบบกู้ข้อมูลในตัว 4 ระดับ ยิ่งระดับสูงยิ่งทนต่อส่วนที่เสียหายหรือถูกบัง แต่ลายก็แน่นขึ้น (DENSO WAVE เรื่องการกู้ข้อมูล) เมื่อใส่โลโก้ในตัวสร้างของ qrfast ระบบเพิ่มระดับกู้ข้อมูลเป็น H ให้อัตโนมัติ แต่ถ้าเอาโลโก้ สติกเกอร์ หรือป้ายราคาไปแปะทับ QR ภายหลัง ลายจะไม่ได้รับการชดเชยนี้ และอาจทับส่วนสำคัญอย่างสี่เหลี่ยมใหญ่ที่มุมทั้งสาม จึงควรใส่โลโก้ตั้งแต่ตอนสร้าง แล้วทดสอบสแกนทุกครั้ง
ถ้าจะพิมพ์เองด้วยเครื่องพิมพ์ในสำนักงาน ตัวสร้างของ qrfast มีช่อง แผ่นพิมพ์ A4 ใต้ตัวอย่าง QR ให้เลือกแบบป้าย 1 ใบ การ์ดตั้งโต๊ะ 4 ใบ หรือสติกเกอร์ 12 ดวง ซึ่งให้ QR กว้าง 14, 7.5 และ 4.5 เซนติเมตรตามลำดับ ตามกฎ 1 ใน 10 ขนาดเหล่านี้เหมาะกับระยะสแกนราว 1.4 เมตร 75 เซนติเมตร และ 45 เซนติเมตร
ถ้าพิมพ์แล้วพบว่าปลายทางผิด QR ไดนามิกแก้ปลายทางได้จากลิงก์จัดการโดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่ แต่ปัญหาเรื่องขนาด ขอบขาว และคอนทราสต์ แก้ได้ด้วยการพิมพ์ใหม่เท่านั้น
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกงาน ขึ้นกับจำนวนโมดูลของลาย คุณภาพการพิมพ์ และกล้องของคนสแกน ให้ใช้ QR ที่ลายโปร่ง เว้นขอบขาวให้ครบ แล้วพิมพ์ทดสอบที่ขนาดที่ต้องการ
QR ไดนามิกแก้ปลายทางและดูยอดสแกนได้ แต่ต้องพึ่งบริการกลางและมีหน้าพักที่มีโฆษณา ส่วน QR static ใช้ได้ตลอดโดยไม่พึ่งใครแต่แก้ไม่ได้ ดูว่างานไหนควรใช้แบบไหน
ใส่ชื่อ WiFi รหัส และชนิดความปลอดภัยให้ตรงกับเราเตอร์ iPhone และ Android สแกนจากกล้องได้ ควรแยก WiFi ลูกค้า และเมื่อเปลี่ยนรหัสต้องทำ QR ใหม่
ทำ QR นามบัตรที่คนสแกนแล้วกดบันทึกรายชื่อได้ทั้ง iPhone และ Android ต่างจาก vCard แบบยัดข้อมูลในลายอย่างไร ควรพิมพ์ขนาดเท่าไร และแก้ข้อมูลภายหลังอย่างไร